วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

ตัวเก็บประจุ

ตัวเก็บประจุแบบปรับค่าได้ก็บอกกันชัดๆ แล้วนะครับว่า สามารถปรับค่าความจุของตัวเก็บประจุได้ ด้วยการ หมุนแกนของตัวเก็บประจุ ค่าความจุก็จะเปลี่ยนไปตามมุมที่หมุนด้วย โดยมากที่พบเห็นกันบ่อยๆ เขาใช้ตัวเก็บประจุแบบปรับค่าได้ ในวงจรเลือกคลื่นวิทยุทั่วๆ ไป ครับ

ตัวเก็บประจุแบบปรับค่าได้
ตัวเก็บประจุแบบค่าคงที่
google_protectAndRun("ads_core.google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);
ตัวเก็บประจุแบบค่าคงที่ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีด้วยกันหลายชนิด แต่ในที่นี้ผมจะยกมากล่าวถึงเพียงสองชนิดเท่านั้น ครับ คือ ชนิดอิเล็กทรอไลติก และชนิดเซรามิก ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิก โดยทั่วไปตัวเก็บประจุชนิดนี้มีลักษณะกลมๆ แบนๆ ดังในรูปที่ 6 ครับ บางครั้งอาจจะพบแบบสี่เหลี่ยมแบนๆ ส่วนใหญ่ตัวเก็บประจุชนิดนี้ จะมีค่าน้อยกว่า 1 ไมโครฟารัด และเป็นตัวเก็บประจุชนิดที่ไม่มีขั้ว (ไม่ต้องคำนึงเวลาใช้งาน) และสามารถทนแรงดันได้ประมาณ 50-100 โวลต์ ครับ

ตัวเก็บประจุชนิดเซรามิก

ค่าความจุของตัวเก็บประจุชนิดเซรามิกที่มีใช้กันในปัจจุบันอยู่ในช่วง 1 พิโกฟารัด ถึง 0.1 ไมโครฟารัด ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กทรอไลติก ตัวเก็บประจุชนิดนี้จะต้องระวังในการนำไปใช้งานด้วย ครับ เพราะมีขั้วที่แน่นอน พิมพ์ติดไว้ด้านข้างตัวถังอยู่แล้ว ครับ ถ้าป้อนแรงดันให้กับตัวเก็บประจุผิดขั้วละก็อาจเกิดความเสียหาย กับตัวมัน และอุปกรณ์ที่ประกอบร่วมกับตัวมันได้ครับ ขั้วของตัวเก็บประจุชนิดนี้สังเกตได้ง่ายๆ เมื่อตอนซื้อมา คือ ขาที่ยาว จะเป็นขั้วบวก และขาที่สั้นจะเป็นขั้วลบ ดังรูปที่ 7 ครับ

ตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กทรอไลติกและสัญลักษณ์ตัวเก็บประจุชนิดมีขั้ว
อีกอย่างที่ต้องระวัง คือการป้อนแรงดันให้ตัวเก็บประจุที่ข้างตัวเก็บประจุชนิดเล็กทรอไลติกนี้ จะมีอัตราทนแรงดัน พิมพ์ติดเอาไว้ด้วย มีหน่วยเป็นโวลต์ ( V) แต่บางตัวจะเป็น WV (Working Voltage) หมายถึงแรงดันที่ใช้งานนั่นเอง ในการใช้งานโดยทั่วไปจะเพิ่ม แรงดันของตัวเก็บประจุให้สูงกว่าแรงดันที่ใช้งานจริง ประมาณเท่าตัวส่วนค่าของ ตัวเก็บประจุชนิดนี้อยู่ในช่วง 0.1 ไมโครฟารัด ถึง 1 ฟารัด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น